เปลี่ยนการกินชีสที่ทำให้อ้วนเป็นเมนูที่ทำให้ผอมด้วย 6 สูตรนี้

เข้าชม : 754




ออกกำลังกายหนักแต่น้ำหนักไม่ยอมลงสักที แถมพุงยังป่องเพิ่มมาอีก! สิ่งเหล่านี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อ ซึ่งสาเหตุที่ว่าอาจมาจากพฤติกรรมการทานที่ไม่เหมาะสมกับสุขภาพ จึงทำให้ไขมันหรือสารพิษตกค้างอยู่ วันนี้เราจึงนำเมนูสุขภาพมาแชร์กัน เป็นเมนูอาหารเช้าประกอบด้วย "ชีส" อาหารที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ขับสารพิษ ลดพุงป่อง และกำจัดไขมันที่สะสมออกจากร่างกาย ต่อไปนี้เราจะเปลี่ยนการกินชีสที่ทำให้อ้วนเป็นเมนูที่ทำให้ผอมด้วยเมนูชีส 6 สูตรนี้ ใครอยากผอมตามมาเร็วๆ เลย



#การบริโภคชีส (cheese) ดีอย่างไร?

หากพูดถึงชีสหลายคนคงนึกถึงความอ้วน และคิดว่าการกินชีส (cheese) ที่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวสูง อาจทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคหัวใจ คอเลสเตอรอลสูง แต่จริงๆ แล้วชีสไม่ได้แย่ต่อสุขภาพเสมอไป หากเราทานในปริมาณที่พอดีและเลือกชีสไขมันต่ำที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งประโยชน์ของชีสทำให้เราสามารถบริโภคได้ทุกวัน เพราะเป็นแหล่งของโปรตีน แคลเซียม และโพรไบโอติกส์หรือแบคทีเรียดีที่ช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ส่งเสริมการขับสารพิษ และทำให้การลดความอ้วนเป็นเรื่องง่ายขึ้น จากการศึกษายังพบว่า คนที่กินชีสทุกวันมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจน้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินชีสทุกวัน หรือกินในปริมาณที่ค่อนข้างน้อย รู้แบบนี้ต้องหันมาทานชีสเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาวกันแล้วล่ะ



#วิธีเลือกทานชีสให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกาย

หากอยากทานชีสที่ดีต่อร่างกายควรเลือกชีสชนิดนิ่ม หลีกเลี่ยงชีสชนิดแข็ง โดยชีสที่ดีกับสุขภาพที่สุดควรเป็นชีสที่ทำสดใหม่ อาทิ คอตเทจชีส (Cottage Cheese) เพราะชีสชนิดนี้จะมีโปรตีนที่ดีกับสุขภาพในปริมาณมาก ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่น้อย และควรปรับสูตรรับประทานชีสคู่กับโปรตีนดีหรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูงควบคู่ไปกับการทานในทุกครั้งด้วย



#6 สูตรอาหารเช้าเมนูชีส ช่วยขับสารพิษ ลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักที่ดีนอกจากต้องออกกำลังกายควบคู่ไปกับการทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การปรับสมดุลขับสารพิษเก่าๆ ที่ตกค้างในร่างกายก็เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อลำไส้สมดุลและร่างกายของเสียออกมาจะช่วยทำให้หน้าท้องลดลง การทานชีสคู่กับอาหารจำพวกเส้นใยไฟเบอร์จึงกลายเป็น 6 สูตรลับที่จะช่วยปราบสารพิษ ลดไขมัน และทำให้การลดน้ำหนักของสาวๆ เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว



วันที่ 1 เชอร์รี่ พีช ถั่ว และชีส

อาหารเส้นใยสูงอย่างเชอร์รี่และลูกพีชเป็นผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่าย ปรับสมดุลในลำไส้ และถั่วนั้นอุดมไปด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีที่ส่งเสริมการทำงานของโพรไบโอติกส์ในลำไส้ ทำให้เราถ่ายคล่อง ขับของเสียในร่างกายออกมาได้ดี



ส่วนผสม

    เชอร์รี่ 3 - 5 ลูก
    ลูกพีชสีเหลือง 3 - 5 ลูก
    ถั่วที่ชอบปริมาณเล็กน้อย
    ชีสนิ่มไขมันต่ำ 1 ถ้วย (ไม่เกิน 40 กรัม)

วิธีทำ

1.    นำลูกพีชและเชอร์รี่ล้างให้สะอาด แล้วหั่นแบ่งเป็น 2 ซีก
2.    เตรียมชีสนิ่มไขมันต่ำเทลงไปในถ้วย จากนั้นแต่งหน้าด้วยลูกพีชและเชอร์รี่
3.    โรยหน้าด้วยถั่วเป็นอันเสร็จ พร้อมเสิร์ฟ

วันที่ 2 กล้วย พีนัทบัตเตอร์ และชีส

เมนูวันที่สองประกอบไปด้วย กล้วยและถั่วลิสงที่มีประโยชน์ต่อการลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด น้ำผึ้งช่วยในการหล่อเลี้ยงลำไส้ นอกจากนี้กล้วยยังช่วยในการขับถ่ายที่ดีและส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ในชีสอีกด้วย



ส่วนผสม

    กล้วยสุก 1 ลูก
    ถั่วลิสงปริมาณที่เหมาะสม
    น้ำผึ้ง 1 -2 ช้อนชา
    ชีสนิ่มไขมันต่ำ 1 ถ้วย (ไม่เกิน 40 กรัม)

วิธีทำ

1.    นำกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นๆ
2.    เตรียมชีสเทลงไปในถ้วย จากนั้นแต่งหน้าด้วยกล้วยสุก เรียงซ้อนกันให้ดูสวยงาม
3.    โรยหน้าด้วยถั่วลิสง จากนั้นราดน้ำผึ้งเติมความหวานจากธรรมชาติลงเป็น (สามารถเติมอบเชยเพิ่มความหอมให้ดูน่าทานยิ่งขึ้น)

วันที่ 3 กล้วย ข้าวโอ๊ต และชีส

ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย สามารถดูดซึมในลำไส้ได้ดี ทำให้ถ่ายง่ายขึ้น ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สารพิษตกค้างอยู่ในร่างกาย



ส่วนผสม

    ข้าวโอ๊ต
    น้ำผึ้งเล็กน้อย
    กล้วย 1 ลูก
    ชีสนิ่มไขมันต่ำ 1 ถ้วย (ไม่เกิน 40 กรัม)

วิธีทำ

1.    นำข้าวโอ๊ตผสมกับน้ำผึ้งในปริมาณเล็กน้อย จากนั้นนำไปอบ 10 นาที เพื่อทำให้ข้าวโอ๊ตมีกลิ่นหอมหวานน่าทาน
2.    นำกล้วยสุกมาหั่นเป็นชิ้น วางเรียงในถ้วย จากนั้นนำข้าวโอ๊ตที่อบแล้วใส่ลงไป
3.    เทชีสลงไปในถ้วยให้ดูสวยงาม

วันที่ 4 กล้วย บลูเบอร์รี่ และชีส
บลูเบอร์รี่มีเส้นใยเซลลูโลสซึ่งสามารถช่วยแก้อาการท้องผูกและยังมีแร่ธาตุวิตามินหลากชนิด ได้แก่ โซเดียม ทองแดง และน้ำตาลฟรักโทส ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกระบวนการย่อยที่ดีของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น



ส่วนผสม

    ข้าวโอ๊ตบด
    น้ำผึ้งเล็กน้อย
    กล้วยสุก 1 ลูก
    บลูเบอร์รี่ 5 - 7 ลูก
    ชีสนิ่มไขมันต่ำ 1 ถ้วย (ไม่เกิน 40 กรัม)

วิธีทำ

1.    นำข้าวโอ๊ตผสมกับน้ำผึ้งในปริมาณเล็กน้อย จากนั้นนำไปอบเ 10 นาที เพื่อทำให้ข้าวโอ๊ตมีกลิ่นหอม
2.    เทชีสลงไปในถ้วย
3.    นำกล้วยสุกมาหั่นเป็นชิ้น จากนั้นนำข้าวโอ๊ตที่อบแล้วใส่ลงไป
4.    ล้างผลบลูเบอร์รี่ให้สะอาด แล้วหั่นครึ่งซีก นำไปเรียงในถ้วยที่เตรียมไว้ จัดตกแต่งจานให้สวยงาม

วันที่ 5 เชอร์รี่ ข้าวโอ๊ต และชีส

เชอร์รี่มีปริมาณเส้นใยสูงจึงช่วยปรับปรุงระบบการย่อยอาหารและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ในชีสทำงานได้ดี จึงทำให้เราสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นนั่นเอง



ส่วนผสม

    ข้าวโอ๊ตบด

    น้ำผึ้งเล็กน้อย
    เชอร์รี่สีแดง 5 - 7 ลูก
    ชีสนิ่มไขมันต่ำ 1 ถ้วย (ไม่เกิน 40 กรัม)

วิธีทำ

1.    นำข้าวโอ๊ตผสมกับน้ำผึ้งในปริมาณเล็กน้อย นำไปอบเป็นเวลา 10 นาที เพื่อทำให้ข้าวโอ๊ตมีกลิ่นหอม
2.    เทชีสลงไปในถ้วยให้ดูสวยงาม
3.    นำผลเชอร์รี่มาล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นผลสดแบบครึ่งซีก นำไปเรียงในถ้วยและจัดตกแต่งจานให้สวยงามตามใจชอบ

วันที่ 6 องุ่น พีช ข้าวโอ๊ต และชีส

องุ่นเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด และลดการสร้างลิ่มเลือด ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจ รวมถึงผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ทำให้ไขมันในร่างกายลดลง เมื่อทานคู่กับลูกพีชและชีสก็ช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ที่ดี ช่วยขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกายและลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้ดีอีกด้วย



ส่วนผสม

    ข้าวโอ๊ตบด
    น้ำผึ้งเล็กน้อย
    องุ่น 5 - 7 ลูก
    ลูกพีช 3 -5 ลูก
    ชีสนิ่มไขมันต่ำ 1 ถ้วย (ไม่เกิน 40 กรัม)

วิธีทำ

1.    นำข้าวโอ๊ตผสมกับน้ำผึ้งในปริมาณพอเหมาะ จากนั้นนำไปอบประมาณ 10 นาที
2.    เทชีสนิ่มไขมันต่ำเทลงไปในถ้วย
3.    นำผลองุ่นและลูกพีชมาล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นแล้วนำไปเรียงในถ้วยตกแต่งจานให้สวยงามพร้อมทาน

ถือเป็นเมนูอาหารเช้าน่าอร่อยที่ทำง่ายมาก แถมยังดีต่อสุขภาพสุดๆ เอาใจคนรักชีสโดยเฉพาะ ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลว่าทานชีสแล้วจะอ้วนอีกต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ควรทานให้ถูกวิธีและเหมาะสมในปริมาณที่พอดีด้วยนะ รับรองว่าดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน




บทความแนะนำ





บทความ "สุขภาพ"



ผู้หญิงการออกกำลังกายวิ่งกับเดินเร็วช่วงมีประจำเดือนเดินเร็วออกกำลังกายลดความอ้วนวิ่งลดน้ำหนักเดิน